Voopoo VINCI & VINCI X REVIEW : “Limited Edition กับแม่นางทั้ง 5 (คอยล์)”

Voopoo VINCI & VINCI X REVIEW :  “Limited Edition กับแม่นางทั้ง 5 (คอยล์)”

 

INTRO

หลังจากได้เสียงชื่นชมล้นหลามจากรุ่น Vinci ทางค่าย Voopoo ก็ปั่นเงินต่อเนื่อง ด้วยการคลอดรุ่นใหม่ออกมา เจ้า“Vinci X”นั่นเอง ว่าแต่มันจะเรียกได้เต็มปากว่าเป็นการอัพเกรดคุณภาพรึเปล่า แล้วมันต่างจากรุ่นก่อนหน้าอย่างไร ในรีวิวนี้เรารวมคำตอบมาให้ถึงมือคุณแล้ว

***เวอร์ชันที่เรารีวิวนี้เป็น Limited Edition ซึ่งมาพร้อมกับคอยล์PnPแบบสำเร็จครบ5รุ่นเลยทีเดียว

แต่สำหรับใครที่ต้องรีบไปดูPornhubต่อ ขอเชิญพบบทสรุปสั้นๆได้ที่ล่างปลายนิ้ว

VINCI

VINCI X

- มีแบตในตัว ไม่ต้องซื้อถ่านแยก

- สายสูบต่อเนื่อง ต้องเสียเวลาชาร์จ

   ยกเว้นฐานะดีพอ ไม่กลัวแบตเสื่อมเร็ว

   ก็ดูดไปชาร์จไปได้เลย 

- ตัวเครื่องเบากว่า เล็กกว่า กำง่ายไซส์มัธยมต้น

- ติดตามสถิติการดูดได้ดีกว่า (จำนวนPuff) เพราะ

  ข้อมูลไม่หาย เนื่องจากไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนถ่าน

- มีระบบ Inhalation Activation หรืออมแล้วดูด

  สูบออโตได้เลย

- ต้องซื้อถ่านเพิ่ม แต่ก็จะหมดปัญหาเรื่อง

   แบตเสื่อม แค่ซื้อถ่านใหม่

- ยิงไฟได้แรงกว่า สูงสุดถึง70วัตต์

  เหมาะสำหรับผู้ที่เล็งซื้อคอยล์RBAในอนาคต

- เครื่องใหญ่กว่านิด หนักกว่าหน่อย แต่ยังอุ้มง่าย

   สไตล์เด็กมัธยมปลาย

- ระวัง! หากเปลี่ยนถ่านปุ๊บ สถิติการดูดหายปั๊บ

- โดนตัดระบบ Inhalation Activation ต้องกดปุ่ม

   ทุกครั้งที่ดูด

ส่วนข้อดีและเสียของทั้ง2รุ่นได้แก่

PROS

CONS

- หน่วยประมวลผลฉลาดจริง ทำให้การใช้งาน

  สะดวกกว่าคู่แข่งหลายตัว

- ระบบป้องกันคอยล์ไหม้ช่วยได้จริง

- ถ้าเป็นมือใหม่ หรือสายเน้นสะดวก

  ตัวนี้ตอบโจทย์ อมปุ๊บดูดปั๊บเพอร์เฟคท์เลย

- ถ้าเป็นสายสุขภาพ มีฟังก์ชันตอบโจทย์คุณ

- คอยล์ PnP อร่อยทุกรุ่น

- รูลมแทบไม่สร้างความรู้สึกต่าง และยิ่งใช้คอยล์

  ขนาด0.8แบบแน่นๆขึ้นไปยิ่งไม่รู้สึก

- ไม่มีการบอกเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ แบบชัดเจน

- ใช้ Micro USBรุ่นเก่าอีกละ

- คอยล์ทุกตัวในกล่องดูยากว่ารุ่นไหน เพราะใช้

  แพคเกจเดียวกัน

- ทุกครั้งที่เติมน้ำยาต้องเสียเวลาดึงPODออก

Inside the Box : Vinci & Vinci X Limited Edition 

1 x ตัวเครื่อง  (สำหรับ Vinci X ต้องซื้อถ่าน 18650 เพิ่มจำนวน1ก้อน / รุ่น Vinci มีแบต 1,500 mAh)

1 x 5.5ml Pod

1 x 0.3Ω Mesh PnP VM1 Coil (Freebase 32-40W )

1 x  0.45Ω PnP VM3 Coil (Freebase 25-35w)

1 x  0.6Ω Mesh PnP VM4 Coil (Freebase 20-28w)

1 x  0.8Ω PnP Coil R1 (Freebase / Salt 12-18w)

1 x  1.0Ω PnP Coil R2 (Salt 10-15w)

1 x Warranty Card

1 x User manual

1 x Micro USB Cable

1 X Gene Chip Card

Design

จับเทียบไซส์กับรุ่นที่นักรีวิวชอบเอามาตบกัน อย่าง SMOK RPM ก็นับได้ว่าทั้ง2รุ่นมีขนาดพอๆกัน เรียกได้ว่าถ้าไม่วางเทียบก็ไม่รู้สึกต่าง คือหุ่นไม่ได้ใหญ่โตอะไร เน้นกำง่าย จับสะดวก กดมันๆมือ

แต่เรื่องหนึ่งที่ผมสังเกตุVoopooมานาน คือทีมออกแบบเขาเกรดเอจริงๆ ตัวVinciทั้ง2รุ่นนั้น มองอย่างไรก็ต้องเรียกว่าสวย และไม่ว่าสีไหนก็ให้ความรู้สึกของโทนเข้ม แถมความเงางามของวัสดุก็ทำให้มันดูมีราคาอีกต่างหาก ต่อให้ไม่นับลวดลายซึ่งเป็นรสนิยมส่วนบุคคล ก็ต้องชมว่าเขารู้วิธีทำให้วัสดุดูแพงจริงๆ 

การจับถือที่สะดวกเหมือนขวดนมนั้น ตามมาด้วยสีสันที่ให้เลือกถึง7แบบในรุ่นVinci และเพิ่มไปเป็น10แบบในรุ่นVinci X และไม่ว่าจะสีไหนก็สวยจนเลือกซื้อลำบากใจ ไม่ต่างกับการเลือกจิ้มไซด์ไลน์ผ่านแอพเลยทีเดียว เพราะเด็ดพอกันหมดเลย  

ส่วนที่ใส่ถ่านของรุ่นX ที่เลือกใช้แบบเกลียวหมุน ข้อเสียก็คือไม่สะดวกเท่ากับพวกระบบเลื่อน แต่ข้อดีก็คือ การใส่ถ่านแบบนี้นั้น ยังไงก็ทนกว่าแบบอื่นๆแน่นอน

ส่วนการเติมน้ำยานั้น ก็ต้องขอบ่นว่ายังคงอยู่ด้านข้างพอดเหมือนเดิม ทั้งๆที่จริงควรย้ายขึ้นมาข้างบนได้แล้ว เวลาเติมน้ำยาทีไรต้องเสียเวลาดึงตัวPodขึ้นจากMod มันจุกจิกนะพี่นะ แต่อย่างน้อยสิ่งหนึ่งที่พอปลอบใจได้ก็คือ ตัวPodคราวนี้ใช้วัสดุแบบใส คือมองทะลุไปเห็นข้างในได้ง่ายๆเลย น้ำยาเหลือให้เล่นอีกกี่ยก มองปุ๊บรู้ปั๊บ

ส่วนคอยล์หากจะเปลี่ยนก็แค่เสียบเข้าดึงออกง่ายๆ และใครที่อยากปรับรูลม ก็แค่ยกหัวPodขึ้นก่อนหมุน180องศา แล้วเสียบกลับเข้าเครื่อง ถึงส่วนตัวจะไม่ได้รู้สึกว่ามันแน่นหรือโล่งขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งใช้คอยล์ที่แน่นในตัวอยู่แล้วระดับ0.8ขึ้นไป ก็บอกตรงนี้เลย ปรับไม่ปรับ ก็ไม่ต่าง

อีกจุดที่ทั้งสองรุ่นนี้ทำได้ดีก็คือเรื่องปุ่ม นั่นคือแน่นและเด้งรับนิ้วดังคลิ๊กๆ (ไม่ใช่แจ๊ะๆ) ทำให้กดมันตลอดการใช้งาน ยิ่งตัวXนี่ดีกว่าเพลินกว่าอย่างกับกด Mechanical Keyboard เล่นเลย

Functions

หน้าจอขนาด0.96สีสันสวยงาม แต่ถ้าใช้กลางแดดก็ดูจะสว่างน้อยไปนิด ส่วนใช้กลางหิมะยังไม่ได้ลอง เนื่องจากที่กรุงเทพหิมะไม่ตก  อีกเรื่องที่อดติไม่ได้ทุกครั้งในฐานะสายดูดจัด นั่นก็คือไม่ยอมใส่เลขเปอร์เซ็นต์ เราจะเห็นแค่ขีดว่ามันเหลือแบตประมาณเท่าไหร่

จริงอยู่ที่รุ่นนี้ทำได้แค่ยิงวัตต์ แต่เป็นการยิงวัตต์ที่โคตรดี ดีอย่างไรเดี๋ยวบอกอีกที ตอนนี้เรามาดูฟังก์ชันอื่นๆกันก่อน

- เปิดเครื่องครั้งแรกจะเข้าสู่หน้านาฬิกา กดปุ่ม+และ- เพื่อปรับแต่งเวลา กดปุ่มยิง1ครั้งเพื่อเลือกชั่วโมง

   หรือนาที กดปุ่มยิงค้างยาวเพื่อเข้าสู่หน้าเมนูการใช้งาน

- กดปุ่มยิง5ครั้ง เพื่อเปิดหรือปิดเครื่อง

- กดปุ่ม+และ-  พร้อมกันค้างไว้ เพื่อเข้าสู่หน้าสถิติการสูบ

- กดปุ่มยิงและ- พร้อมกันเพื่อรีเซ็ทสถิติการสูบ

- กดปุ่มยิงและ+ พร้อมกันเพื่อล็อคหรือปลดล็อคเครื่อง

- กดทุกปุ่มพร้อมกันเพื่อเข้าสู่หน้าตั้งค่านาฬิกา

Performance

เคยได้ยินคำว่าโลกสวยด้วยมือเราใช่ไหมครับ นั่นคือคุณสมบัติแรกที่ผมนึกถึงเจ้าตัวนี้เลย เพราะหลายคนที่ย้ายจากบุหรี่ใบยาสูบมาสู่วงการไฟฟ้า คงเพราะเหตุผลด้านสุขภาพเป็นหลัก เนื่องจากการหยิบอะไรเข้าปากเพื่อสูบ มันไม่ต่างจากการที่เรากำหนดชะตากรรมให้ปอดตัวเองเลย

แล้วมันต่างกับPodรุ่นอื่นไงอะ?”  แน่นอนครับว่าทุกรุ่นมันก็ใช้สูบน้ำยาเดียวกันได้ แต่รุ่นนี้เนี่ยฟังก์ชันมันตอบโจทย์สุขภาพตรงใจกว่า ทั้งระบบนับจำนวนการสูบที่เก็บสถิติได้ถึง2อาทิตย์ และขึ้นกราฟอย่างชัดเจน มันย่อมทำให้เรารู้ระดับการสูบของเรา รวมถึงวางแผนลดปริมาณการใช้งานได้ดีกว่า ดังนั้นอย่าลืมตั้งค่านาฬิกา เพื่อให้การนับจำนวนพัฟเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในแต่ละวัน

แต่คิลเลอร์ฟีเจอร์สำหรับสุขภาพจริงๆ ผมยกให้ระบบการทำงานของชิปGENEครับ เพราะแค่คุณเสียบPodลงเครื่องไป มันก็จะตั้งกำลังไฟให้อัตโนมัติเลยว่า ควรใช้วัตต์เท่าไหร่ ยิงได้มากสุดแค่ไหน แถมมันยังล็อคไม่ให้เราซนปรับเกินวัตต์ที่สมควรอีกต่างหาก สิ่งนี้นอกจากจะป้องกันไม่ให้คอยล์ไหม้แล้ว ยังทำให้ มือใหม่ใช้งานได้ง่าย แถมไม่ต้องมานั่งคำนวณว่า ฉันกำลังระเหยนิโคตินมากเกินพอดีรึเปล่า ขอแค่ผู้ใช้งานเลือกน้ำยาที่เหมาะสม เติมใส่ให้ถูกชนิดคอยล์ ที่เหลือเครื่องจะจัดการให้เราเอง

ส่วนพวก“มือเก๋าก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะถึงตอนนี้จะไม่มีคอยล์ไหนที่ใช้ไฟเกิน40วัตต์ คุณก็ควรซื้อVinci Xเก็บไว้ เพราะเมื่อคอยล์แบบRBAเปิดให้ซื้อเมื่อไหร่ ได้โมขดลวดยิงไฟสุดกำลัง70วัตต์แน่นอน 

 “รุ่นLimited Edition มาพร้อมแม่นางทั้ง5ด้วยนะในที่นี้ไม่ได้หมายถึง โป้ง/ชี้/นาง/กลาง/ก้อย นะครับ แต่หมายถึงรุ่นคอยล์ที่ใส่มาให้แบบครบๆถึง5ตัว และคุณสมบัติแต่ละตัวก็มีดังนี้

0.3Ω Mesh PnP VM1 Coil (Freebase 32-40W ) ชัดทั้งกลิ่น ฟินทั้งควัน ฟีลโล่ง

- นี่คือคอยล์แนวDL ที่ควันพุ่งมากสุดแล้ว พุ่งชนิดที่สายหมอกต้องรู้สึกพอใจ แน่นอนว่ามันคงไม่หนาแน่น

   แบบโมสูบเอง แต่รับรองว่าได้ฟีลแน่นอน เน้นดูดลาก ดูดสร้างกำแพงนินจา ตัวนี้เพลินแน่

- ด้านรสชาตินั้นก็ทำได้ดีงาม ใครที่ชอบความรู้สึกอุ่นคอหวานลิ้น นี่ก็เป็นคอยล์อันดับต้นๆของสายพอด

   เลย และเป็นเจ้านี่แหละ ที่ทำให้คนชื่นชมรุ่นVinci ชนิดที่ขายดีจนต้องคลอดรุ่นอื่นๆตามมา

0.45Ω PnP VM3 Coil (Freebase 25-35w) คอยล์DLนี้ขอแยกเป็นสองความรู้สึก

-  ความรู้สึกของผม ไม่รู้ทำมาทำไม คือมันไม่ต่างจาก0.3แต่อย่างไร และนี่คือคอยล์รุ่นที่ใช้เวลานานสุด

  เพราะไม่รู้จะเขียนอะไร และกลัวเจ้านายติว่าไม่ตั้งใจทำรีวิว

- ความรู้สึกคนอื่น หรือก็คือความเห็นจากผู้ใช้ต่างชาติ ที่ผมไล่หาคอมเมนท์มาให้ สรุปรวมๆกันก็จะออกมา

  ได้ใจความว่า รุ่นนี้รสชาติจะบางกว่า0.3เล็กน้อย ควันก็บางกว่าเล็กน้อย(ตาพวกมึงดีมาก) ฟีลการสูบโล่ง

  แต่แคบกว่า0.3(ปอดมึงแม่นมาก) ทั้งความหวานและควันยังสู้0.3ไม่ได้ แต่ไม่ห่างมาก

0.6Ω Mesh PnP VM4 Coil (Freebase 20-28w) กลิ่นชัด ควันดี ชอบรุ่นนี้สุดแล้ว

-  ยังอยู่กับคอยล์แบบDL ที่ต้องขอบอกว่าควันบางกว่ารุ่นก่อนหน้า สายหมอกอาจไม่ถึงขั้นปลื้ม

-  แต่สำหรับสาย Freebase เน้นรสชาติเช่นผม ตัวนี้แม่งคือดีมาก เพราะความหวานที่ทำได้เท่า0.3

   แต่ใช้กำลังไฟน้อยกว่า ไม่ว่ามองมุมไหนก็มีแต่ได้กับได้ และด้วยความที่รูลมแคบลงมาหน่อย

   ทำให้การเสพนั้นจะออกทางอุ่นและแน่นขึ้น เรียกได้ว่าลงตัวมาก

0.8Ω PnP Coil R1 (Freebase / Salt 12-18w) สำหรับชาวMTL แน่น รสชัด

-  ใครชอบดูดSaltต้องเล่นตัวนี้ หากคุณชอบฟีลคล้ายบุหรี่ยาสูบ คือทั้งแน่นและหวาน แถมยังผลิตควัน

    ออกมาในเกณฑ์น่าพอใจ เรียกได้ว่าหากขยับจาก3ตัวก่อนหน้ามาเล่นรุ่นนี้ จะรู้สึกได้ชัดเจนเลยว่าความ

    โล่งลดลง ดูดดีแบบไม่มีข้อติจริงๆ ถ้า0.6คือเบอร์หนึ่งสายฟรีเบส 0.8ผมก็ให้เป็นเบอร์หนึ่งสายSalt

1.0Ω PnP Coil R2 (Salt 10-15w) ฮือออออ

- MTLอีกตัวที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัว0.45 คือไม่รู้จริงๆว่าจะวิจารณ์ให้แตกต่างอย่างไร ลองให้น้องที่

   ออฟฟิศสลับกับพอดอีกตัวที่ใส่0.8โดยที่ผมไม่เห็น ผลคือผมแยกไม่ออก ดังนั้นจึงขอก็อปความเห็นของ

   น้องที่ออฟฟิซมาดังนี้ ส่วนเส้นประสาทมันจะเทพไปรึเปล่าคุณพิจารณาเอาเองนะ

ให้ความรู้สึกที่แน่นขึ้นเล็กน้อย รสชาติพอกัน กลิ่นอาจจะบางกว่า0.8หน่อย แต่ด้วยความที่มันแน่นกว่าเลยให้สัมผัสแบบMTLชัดกว่า สายsaltที่ชอบแบบอัดคอน่าจะโอเคตัวนี้  

และนั้นคือรีวิวของคอยล์ทุกตัวในกล่อง ส่วนคอยล์รุ่นRBAนั้น ตอนนี้ยังไม่ได้ลอง ถ้าได้ลองจะมารีวิวแม่นางเบอร์6เพิ่มให้นะจ๊ะ

Verdict

ถ้าไม่คิดจะโมขดลวดเอง ไม่คิดจะเล่นคอยล์RBA ไม่ได้อยากพกถ่าน คุณก็ไม่จำเป็นต้องยิงไฟเกิน40วัตต์ แบบนี้เพียงรุ่น Vinci ก็เหมาะกับคุณแล้ว แต่สำหรับสายโมที่อยากทำมากกว่านั้น หรืออุ่นใจกับการเปลี่ยนถ่านปุ๊บแบตเต็มปั๊บ ไม่ต้องนั่งชาร์จ ก็ขยับไปเล่นรุ่น Vinci X ได้เลย

ส่วนเรื่องอื่นๆทั้งคู่ทำได้ไม่ต่างกัน แต่ขอย้ำอีกทีว่า ในบรรดาคอยล์สำเร็จที่Voopooทำขายตอนนี้ หากไม่ซื้อRBAมาเล่น ตัวเลข70วัตต์ก็ยังไม่มีประโยชน์อะไร เลยขอเดาว่าอีกไม่นาน Voopooน่าจะออกคอยล์สำเร็จรุ่นใหม่ที่รองรับวัตต์สูง หรือทำหัวแปลงให้ใช้กับอะตอมอื่นมาให้ แต่ถ้าเดาผิดก็ต้องขออภัยนะจ๊ะ

ส่วนความเห็นสำคัญที่อยากทิ้งท้าย คือระบบการจ่ายไฟของชิป ที่บางคนอาจมองเป็นข้อเสียเพราะมาควบคุมการยิงวัตต์ตามใจชอบของเรา แต่ผมก็อยากย้ำว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่ของเล่น มันเป็นเครื่องมือสำหรับคนที่ดันทะลึ่งไปติดบุหรี่ใบยา ดังนั้นการควบคุมวัตต์แบบนี้ก็ทำให้อุ่นใจได้ระดับหนึ่งว่า คอยล์เราจะไม่ไหม้ ตัวเราจะไม่ระเหยนิโคตินสูงจนเกินไป(หากเลือกชนิดน้ำยาถูกแต่ต้น) หรือใช้กำลังไฟจนทำให้อนุภาคของขดลวดอ่อนตัว เช่นเคสคนใกล้ตัวผมและเดาว่าอีกหลายคน ที่ชอบยิงไฟแบบไม่สนโวลต์ ไม่สนโลก  

และหากบวกรวมกับระบบนับพัฟที่ทำได้ละเอียด (ถึงจะทะลึ่งรีเซ็ตทุกครั้งที่เปลี่ยนแบต) ผมก็อยากแนะนำให้เจ้าVinci เป็นส่วนหนึ่งของคนที่อยากได้Podที่อร่อยและปลอดภัย หรือใครก็ตามที่มองเห็นว่าสุขภาพนั้นสำคัญนะแจ๊ะๆ

 

PodVapeVinciVinci xVoopooบุหรี่ไฟฟ้า