Voopoo Drag X Pro & Drag S Pro REVIEW

Voopoo Drag X Pro & Drag S Pro REVIEW

มีเพียงสิ่งเดียว ที่ผมจะไม่แนะนำให้ซื้อพอดที่อาจจะดีที่สุดของปีนี้

INTRO

นี่คือพอดที่คือที่สุดของความว้าว ชนิดที่ผมต้องยกนิ้วโป้งทั้งสี่ให้เลย ทั้งๆที่ปกติในการเขียนรีวิว ผมจำเป็นต้องพยายามหาข้อเสียของทุกพอดให้ได้ เพื่อให้ยุติธรรมกับพอดค่ายอื่น และไม่ทำให้นายจ้างผู้แสนใจดีแบบที่โลกนี้จะมีโอกาสได้เจออีกทีเมื่อไหร่ไม่รู้ ต้องประสบภาวะ “ขายตัวอื่นยาก

แต่กับตัวนี้ผมยอมแพ้ และขอก้มหัวคารวะว่า พี่เขาดีสมกับเป็น “มือโปรจริงๆ  ซึ่งเดี๋ยวผมจะรีวิวแบบทุกเม็ด พร้อมแนะนำวิธีใช้งานที่ควรรู้ให้อ่านกันครับ

แต่สำหรับใครที่ไม่ได้อยากเก็บทุกเม็ด ชอบแบบฉีดเข้าเส้นเร็วๆจบ ก็เชิญอ่านบทคัดย่อใต้นี้แทนได้เลยครับ

PROS

- ทุกส่วนของพอดรุ่นนี้ หาที่ติไม่ได้จริงๆ

- ดีไซน์อันไฮโซสวยเก๋ ยังทำออกมาได้เนี้ยบเหมือนเดิม

- นอกจากจะเปลี่ยนปากสูบได้ คราวนี้รูลมยังมีการปรับที่พิเศษกว่าทุกค่าย

- นอกจากการยิงวัตต์จะทำได้เยี่ยมยอด ยังรองรับการอัพเดทเพิ่มโหมดTCอีก

- ยังคงใช้ง่าย มือใหม่ก็ใช้เป็นแน่

- คอยล์ค่ายนี้อร่อยไม่แพ้ใครเกือบทุกรุ่น

- ช่องเติมน้ำยา นอกจากจะออกแบบมาล้ำกว่าชาวบ้าน ยังอยู่ด้านบนอีก สะดวกโคตร

- ค่ายนี้ซัพพอร์ทคอยล์แบบยาวๆ ซื้อไปไม่ร้าวใจไวแน่นอน

CONS

- ระบบสูบอัตโนมัติยังไม่ได้ดีมากเท่าไหร่ แต่ก็ดีอยู่ (พยายามแล้วครับ ติได้แค่นี้อะ)

- X PRO ควรมีถ่านสำรองหากจะเล่นคอยล์ที่ค่าโอห์มต่ำกว่า0.3 เพราะสูบแบตพอสมควร

 

*** รุ่น X PRO กับ S PRO มีจุดแตกต่างที่สำคัญคือ

  1. รุ่น X Pro ยิงได้แรงสุดที่100วัตต์ ขณะที่รุ่น S Pro ทำได้ที่80วัตต์
  2. รุ่น X Pro ใช้กับถ่านแยก1ก้อน ขณะที่รุ่น S Pro มีแบตในตัวความจุ 3,000 mAh

Inside the Box : X Pro

1 x ตัวเครื่อง DRAG X Pro (ใช้ร่วมกับถ่าน 18650 หรือ 21700 จำนวน1ก้อน)

1 x ตัวพอด TPP X (ความจุ 5.5ml)

1 x 0.15Ω TPP-DM3 Coil (Freebase 80-100w)

1 x 0.2Ω TPP-DM2 Coil (Freebase 40-60w)

1 x User Manual

1 x Type-C Cable

Inside the Box : S PRO

1 x ตัวเครื่อง DRAG S Pro (แบตในตัวความจุ 3,000 mAh)

1 x ตัวพอด TPP X (ความจุ 5.5ml)

1 x 0.15Ω TPP-DM1 Coil (Freebase 60-80w)

1 x 0.3Ω TPP-DM4 Coil (Freebase 32-40w)

1 x User Manual

1 x Type-C Cable

Design

ความสวยงามและวัสดุ :

ยังคงดีไซน์ของเครื่องประดับผู้ชายสายคลาสสิคได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือเนื้อโลหะที่ดูเรียบหรู แปะกับหนังเทียมแผ่นใหญ่ที่ดูแพง รับรองว่าหากมีโจรดักปล้น มันจะเลือกจี้คนที่ถือพอดตัวนี้ก่อนพอดตัวอื่นอย่างแน่นอน คือสุดท้ายถึงจะไม่ได้เงินแต่ได้พอดนี้ก็คุ้มวะ

ลองนึกถึงนาฬิกาสายหนังหน้าปัดเรียบๆดูครับ เจ้านี่ให้ความรู้สึกแบบนั้นแหละ 

ขนาดและสัมผัส :

ขนาดแบบชายกลาง คือไม่ใหญ่ แต่ไม่เล็กขนาดใส่กระเป๋าเสื้อได้ แต่จับถือสบายครับ อารมณ์เหมือนคุณกำแท่งปู๋ชาวเอเชีย กำลังพอเหมาะเลย  ใครมีเป้หรือกระเป๋าทำงานอยู่แล้วไม่ต้องห่วง แต่ใครที่เป็นสายเหน็บกางเกงก็อาจไม่สะดวกนัก

ส่วนสัมผัสนี่ดีเยี่ยมเช่นเคย เย็นมือครึ่งนึงในส่วนโลหะ และอีกครึ่งที่เป็นหนังก็ให้ความรู้สึกนิ่มอุ่น สัมผัสแบบที่จะว่านิ่มก็นิ่มจะว่าแข็งก็แข็งนี้นี่แหละ ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Drag รวมถึงกาปู๋

หน้าจอและที่ใส่ถ่าน :

หน้าจอสีสดใสสว่างสู้แดด แสดงข้อมูลจำเป็นครบ ทั้งวัตต์ / โอห์ม / จำนวนการดูด / ระยะเวลาที่ลากดูด แต่ขอตีตูดเรื่องเดิม คือไม่ยอมแสดงแบตเตอรี่เป็นเปอร์เซ็นต์อีกละ

 

ตัวเครื่องมีมาให้เลือกถึง 7 สี คุมโทนแบบผู้ดีมีสกุลทั้งหมด

 

ตัวพอดและปากสูบ : ตัวพอดนั้นยังดีไซน์เป็นทรงโดม กระจกใสแจ๋วเห็นน้ำยาชัด และถึงดีไซน์จะไม่ต่างจากเดิมมาก แต่ขอบอกเลยว่ามีการออกแบบที่คิดอย่างละเอียดแฝงไว้ทุกจุด ทั้งเซนเซอร์รับลมเพื่อรองรับการสูบอัตโนมัติที่ย้ายตำแหน่งให้สูบง่ายขึ้น ช่องเติมน้ำยาที่ไม่ต้องดึงจุกแค่กดแล้วหมุน รูลมที่เพิ่มรูกลมขนาดเล็กสำหรับสาย MTL ที่รักในฟีลแน่น โคตรโปรอะอันนี้

ส่วนปากสูบถอดเปลี่ยนได้ง่าย ทำความสะอาดสบาย จะเอาปากสูบที่ท่านสะสมมาใช้ก็ได้เช่นกัน

ส่วนคอยล์หากจะเปลี่ยนก็แค่เสียบเข้าดึงออก ทั้งตัวฐานและคอยล์ สะดวกสุดๆ

 

คอยล์ที่รองรับ  

- 0.15Ω TPP-DM1 Coil (Freebase 60-80w)

- 0.2Ω TPP-DM2 Coil (Freebase 40-60w)

- 0.15Ω TPP-DM3 Coil (Freebase 80-100w)

   **ตัวนี้เนื่องจากแรงวัตต์ จึงเหมาะกับ X Proมากกว่า

- 0.3Ω TPP-DM4 Coil (Freebase 32-40w)

- 0.3Ω Mesh PnP-VM1 Coil (Freebase 32-40W )

-  0.45Ω PnP-VM3 Coil (Freebase 25-35w)

-  0.6Ω Mesh PnP-VM4 Coil (Freebase 20-28w)

-  0.2Ω PnP-VM5 Coil (Freebase 40-60w)

-  0.15Ω PnP-VM6 Coil (Freebase 60-80w)

-  0.8Ω PnP Coil R1 (Salt 12-18w)

-  1.0Ω PnP Coil R2 (Salt 10-15w)

-  PnP RBA (คอยล์โม)

-  0.45Ω PnP Coil M1 (Freebase 20-28w)

-  0.6Ω PnP Coil M2 (Freebase 20-28w)

-  1.2Ω PnP Coil TR1 (Salt 10-15w)

 

Functions

ขอแบ่งเป็นแค่สองโหมด  เนื่องจากโหมดTCต้องโหลดเพิ่มและ ณ วันที่เขียนรีวิวในเว็บยังไม่ปล่อย

คือ1.Smart ที่เพียงแค่เสียบคอยล์ เครื่องก็จะตั้งค่าที่เหมาะสมให้เลย และล็อคการกดปรับไฟเกินสมควรไว้ให้ สมกับคำว่าสมาร์ท

  1. RBA / Super ซึ่งเหมาะสำหรับคอยล์โม หรือผู้ที่อยากปรับการยิงวัตต์ตามใจชอบ (แต่ไม่แนะนำให้ปรับวัตต์เกิน เพราะอันตรายกับสุขภาพ)

 

ส่วนฟังก์ชันอื่นๆได้แก่

- กดปุ่มยิง5ครั้ง เพื่อเปิดหรือปิดเครื่อง

- กดปุ่ม+และ- พร้อมกันค้างไว้ระยะหนึ่ง เพื่อเข้าสู่เมนูเซ็ตติ้ง

  หากเลือกเมนู Switch จะสามารถเลือกได้ว่าให้ปุ่มสไลด์(Multi Function) ทำหน้าที่อะไรระหว่าง

  ช็อยซ์1 เปิด-ปิดเครื่อง / ช็อยซ์2 ล็อค-ปลอดล็อคเครื่อง

  ทั้งนี้การกดปุ่มยิงวัตต์จะทำหน้าที่ “เลือก / ปุ่ม+และ- ทำหน้าที่เลื่อนเมนู

- กดปุ่มยิงและ- พร้อมกันเพื่อรีเซ็ทสถิติการสูบ

- กดปุ่มยิงและ+ พร้อมกันเพื่อล็อคหรือปลดล็อคเครื่อง

 

Performance

นี่มันซูเปอร์สตาร์หุ่นดี ที่โมมาแล้วทั้งตัวชัดๆ คือถ้าจะให้ผมหยิบจุดเด่นไหนขึ้นมาชม ผมคงเลือกไม่ถูกจริงๆครับ เพราะเจ้า Drag X Pro & S Pro เนี่ย มันงดงามแม้กระทั้งง่ามรักแร้และนิ้วเท้าเลยทีเดียว

งั้นเริ่มจากส่วนที่เฉยๆที่สุดก่อน ก็คงเป็นสายชาร์จที่ดูไม่ทนครับ

มาไล่ดูตั้งแต่หัวจรดเท้ากันดีกว่า ขอเริ่มที่หัวแทงก์ก่อนนะครับ บอกเลยว่านี่คือทีเด็ดที่พร้อมทำทุกค่ายในตลาดสะเทือน

ปากสูบที่ออกแบบมาให้สูบวัตต์แรงๆโดยแทบไม่รู้สึกร้อน

ช่องเติมน้ำยาที่เปลี่ยนจากการดึงจุกยาง เป็นการกดนิ้วลงไปแล้วใช้อีกมือหมุนแทน อันนี้นอกจากจะใช้งานง่ายแล้ว ยังดูแข็งแรงกว่าจุกยางแบบเดิมๆอีก แถมยังไปได้ด้วยดีกับช่องน้ำยาที่อยู่ด้านบน คือกดเพื่อเปิดช่องน้ำยาสะดวก ไม่ต้องเสียเวลาดึงหัวพอดแยกกับเครื่องอีกต่อไป

ส่วนช่องน้ำยาที่อยู่ด้านบนนั้น อันนี้เชื่อว่านักสูบหลายคนชอบอยู่แล้ว เพราะมันสะดวกกว่ามาก

ฟังดูดี แต่โทษทีสายฟีลแน่นคงไม่ซื้อ อ๊ะๆ ใครที่กำลังคิดแบบนี้อยู่ เปลี่ยนความคิดเถอะครับ เพราะรอบนี้ Voopoo เป็นเจ้าแรกที่ดีไซน์รูลมสำหรับสายแน่นMTL ใส่มาให้เฉพาะเลย คือปกติแล้วสายแน่นจะไม่ซื้อพอดลักษณะนี้กันใช่ไหมครับ เพราะไม่ว่าปรับรูลมยังไงก็ยัง โล่งไปอยู่ดี แต่คราวนี้หากท่านหมุนที่ปรับรูลมไปเรื่อยๆ จะพบว่าถัดจากช่องรูลมขนาดใหญ่ มันมีช่องรูลมเล็กๆไว้ให้สายแน่นโดยเฉพาะ ซึ่งหลังจากที่ผมลองสูบแบบนี้ดู ก็พบว่ามันแน่นยังกะชุดเกาะอกเลยทีเดียว

ส่วนสายโล่งไม่ต้องห่วง ค่ายนี้ยังสะใจท่านเหมือนเดิมครับ เพียงแค่ปรับเป็นรูลมตามปกติ

มีทีเด็ดอื่น ที่ค่ายอื่นไม่เคยคิดถึงด้วยนะ นอกจากรูลมที่ดูจะคิดละเอียดกว่าชาวบ้านดังที่กล่าวไป พี่เขายังทำปุ่มสไลด์(Multi Function) มาให้ด้วยครับ ซึ่งตอนแรกผมก็คิดนะว่า จริงๆการกดปุ่มแบบเดิมเพื่อเปิดปิดหรือล็อคเครื่อง มันก็ไม่ได้ลำบากขนาดนั้นปะวะ แต่พอได้ตั้งค่าเจ้านี่เป็นการสไลด์ล็อคเครื่องเท่านั้นแหละ ชีวิตโคตรสะดวกครับ

ลองนึกภาพตามนะ คุณสูบๆๆๆจนอิ่มปุ๊บ เลื่อนนิ้วสไลด์ปั๊บแล้วเก็บเข้ากระเป๋าได้เลย ใช้ครั้งแรกๆอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรมาก พอใช้ไปสักสิบวัน คุณจะรำคานการกดปุ่มเพื่อล็อคหรือปลดล็อคจากพอดอื่นๆเลยทีเดียว

สูบได้ทั้งแบบยิงวัตต์และแบบอมแล้วดูด จริงอยู่ครับ ที่หลายรุ่นในตลาดก็มีฟังก์ชันนี้ แต่ๆๆพอดที่สูบแรงได้ระดับ80-100วัตต์ แทบไม่มีตัวไหนใส่มาให้นะครับ อันนี้ก็ต้องให้เครดิตพี่เขาด้วย

แต่เรื่องเดียวที่ผมต้องขอติง นั่นก็คือระบบAuto Drawนั้น ไม่ได้ทำออกมาสมบูรณ์แบบ คือมันสูบอัตโนมัติได้จริงนั่นแหละ แต่ไม่ได้เสถียรและยิงเต็มแรงได้ทุกรอบเหมือนการกดครับ ซึ่งไม่แน่ใจเหมือนกันว่า หากใช้กับคอยล์ที่เป็นสายMTLโดยเฉพาะมันจะเนียนกว่านี้ไหม เพราะผมมีแต่คอยล์สายโล่งครับ

นี่มันพอดที่ดีที่สุดของปีนี้รึเปล่าเนี่ย นี่คือสิ่งแรกที่ผมคิดหลังลองใช้งานเลยนะครับ และเชื่อเถอะว่าถึงจะเหลืออีกหลายเดือน แต่มันมีสิทธิ์ที่จะเป็นดังที่กล่าวไป

 

จบรีวิวตัวเครื่องไปแล้ว เรามาดูรีวิวคอยล์กันต่อดีกว่าครับ

1 x 0.15Ω TPP-DM3 Coil (Freebase 80-100w) *กล่องDrag X Pro

สารภาพว่าตอนแรกผมก็สงสัย ว่าจะออกคอยล์0.15มาอีกทำไม เพราะทำให้ทางค่ายมีคอยล์ค่าโอห์มนี้ถึง3รุ่นเลยทีเดียว แต่พอสูบไปสักพักผมก็ได้คำตอบ

ผมเริ่มที่เลข80วัตต์ซึ่งเป็นค่าพื้นฐานก่อนครับ ใครที่เป็นสาวกคอยล์ TPP-DM1 คงรู้ดีว่ามันหวานหอมควันหนาขนาดไหน เจ้า DM3 ก็ทำได้ดีไม่แพ้รุ่นพี่เลยเช่นกัน แต่ประเด็นสำคัญคือผมไม่เห็นความต่างครับ

ผมจึงมาต่อที่90วัตต์ ซึ่งเป็นค่าที่สูงกว่าคอยล์ก่อนหน้าทุกตัว เพียงเท่านั้นแหละครับ รสชาติกับควันแซงทุกรุ่นก่อนหน้าทันที ก็ไม่แปลกหรอกครับกำลังวัตต์เยอะกว่าตั้งเยอะ แต่ใครที่ไม่อ๊อกกับวัตต์แรงๆ ผมบอกเลยว่านี่คือสวรรค์ครับ ผมพ่นควันสนุกและอร่อยไม่หยุดปากเลยทีเดียว

ไหนๆแล้วลองจบที่100วัตต์ดูละกัน รสชาติผมรู้สึกว่าไม่ห่าง90เท่าไหร่ มีควันนี่แหละที่หนากว่า

แล้วผมก็นึกอะไรขึ้นมาได้ นั่นก็คือการลองเอาเจ้าDM1มาดันวัตต์เพื่อเปรียบเทียบครับ อยากรู้ว่าจะต่างกับเจ้าDM3รึเปล่า หากดื้อใช้วัตต์เกินที่ทางค่ายแนะนำ ผลก็คือ แทบไม่ต่าง ผมเลยบ่นกับตัวเองไปพักนึงว่าแล้วจะทำคอยล์ใหม่มาทำไม จนกระทั่งคอยล์ DM1 ชิงไหม้ไปก่อนนั่นแหละครับ ผมถึงรู้ว่า DM3 ออกแบบมาให้ใช้กำลังวัตต์สูงๆได้อึดกว่า

ใครชอบของแรง ตัวนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอนครับ

 

0.2Ω TPP-DM2 Coil (Freebase 40-60w) *กล่องDrag X Pro

ผมเริ่มที่40วัตต์ก่อนเลย เพียงค่านี้ทั้งกลิ่นและควันก็มาชัดระดับนึงแล้ว แต่ยังอร่อยสู้คอยล์อีกตัวไม่ได้ น้ำยาคาราเมลที่ใช้ไม่ได้ออกรสครบเท่า ดังนั้นผมจึงขยับความแรงเพิ่ม

เมื่อคุณแตะไปที่50วัตต์ คุณจะพบความสุขที่สมบูรณ์แบบครับ รสชาติเรียกได้ว่าไม่ต่างกับตัว0.15 มาแบบชัดเจนพอๆกัน ควันเองก็ไม่ได้หนีกับค่าbestของตัวเก่ามากนัก ด้วยเหตุผลที่มันทำได้ดีพอกันนี่แหละครับ ทำให้ผมยกให้ตัวนี้ที่ใช้ไฟน้อยกว่า ทรงคุณค่าขึ้นมาเลยทีเดียว

สิ่งที่แพ้ชัดเจนคงมีแค่เรื่องของไอควันครับ ซึ่งถ้าคุณไม่สูบลากหรือปรับวัตต์สูงมากแบบตัว 0.15  คุณก็เลือกใช้ตัวนี้เถอะครับ

 

0.15Ω TPP-DM1 Coil (Freebase 60-80w)  *กล่องDrag S Pro

ด้านรสชาติและควัน ขอบอกว่าตู้มท่วมทุ่ง หวานท่วมปาก ส่วนตัวเชื่อว่านี่จะเป็นหนึ่งในคอยล์ขายดีประจำรุ่นแน่นอน เหมาะกับสายแข็งที่เน้นอัดแบบจุกไปข้าง ใครที่อิ่มยาก ลากยาวๆติดกันสัก8ปื้ด รับรองว่าอยู่

ผมเริ่มที่55วัตต์ก่อนครับ ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด ผลก็คือความอร่อยนั้นเริ่มแตกตัวออกมาแล้ว พร้อมกับควันที่ต้องบอกว่าน่าพอใจตามกำลังวัตต์ ผมอยู่กับวัตต์ระดับนี้จนน้ำยาหมดไป1ยกเลย เรียกได้ว่าพอใจแบบไม่มีอะไรให้บ่น ทั้งนี้ท่าคุณดันไป60วัตต์นี่ไม่มีประโยชน์นะครับ ยังไม่รู้สึกต่างเท่าไหร่

ทีนี้ผมเลยมาที่65วัตต์ ซึ่งเป็นค่าที่ทางค่ายแนะนำ ผลก็คือความอร่อยนั้นล้ำหน้า55แบบชัดเจน ควันเองก็เพิ่มขึ้นแบบสังเกตได้ รสชาติของน้ำยากลิ่นคาราเมลที่ผมใช้นั้น ออกมาแบบสมบูรณ์ไม่ต่างกับหยดสูบเลยจริงๆ นี่คือวัตต์ที่ผมเองก็ขอแนะนำทุกท่านครับ

หลังจากนั้น ต่อให้ปรับแรงขึ้นสักแค่ไหน รสชาติก็ไม่หนีจากนี้ไปมากแล้วครับ คุณจะได้แค่ควันแหละที่ออกมาชัดขึ้นอย่างสังเกตได้

 

0.3Ω TPP-DM4 Coil (Freebase 32-40w) *กล่องDrag S Pro

รสชาติหรือความเข้มข้นอาจสู้คอยล์ที่กล่าวถึงก่อนหน้าไม่ได้ แต่ถ้าต้องเดินทางไปไหน ผมจะใช้คอยล์รุ่นนี้แหละครับ เพราะมันใช้ไฟจากแบตได้กำลังดี ชนิดที่เหมาะสมกับการเคลื่อนที่ระหว่างวัน

ผมเริ่มลองใช้ที่30วัตต์ก่อน ต้องยอมรับว่าหลังจากเจอของโหดทั้งสามตัวก่อนหน้า ทำให้รู้สึกว่าความหวานหายไปพอสมควรครับ คือได้กลิ่นและรสเหมือนเดิมแหละ แต่ไม่ได้ใกล้เคียงหรือชัดเจนเท่า

แล้วผมก็แตะที่35วัตต์ นี่คือช่วงที่กลิ่นและรสเริ่มเขยิบมาอร่อยแล้วครับ ควันเองก็อยู่ในปริมาณที่เห็นชัด คืออยู่ในขั้นสูบเพลินและอิ่มนิโคตินได้เลย

สุดท้ายผมปิดที่40วัตต์ กลิ่นและควันชัดขึ้นมาหน่อย แต่ไม่ห่างจากช่วง35มากนัก จนผมรู้สึกว่าไม่คุ้มกับการจ่ายไฟเพิ่ม5วัตต์สักเท่าไหร่ แต่ถ้าจะให้เลือกกำลังไฟเพื่อสูบ ผมก็เอาที่ค่านี้แหละครับ ก็มันชัดสุดแล้ว

ทั้งนี้หากใครเป็นสายสูบพอดมินิอยู่แล้ว ผมว่าคอยล์นี้คือตัวเหมาะสมของคุณเลยครับ รสกับควันไม่แพ้ไซส์มินิตัวไหนหรอก ยิ่งถ้าเป็นMTL คอยล์ตัวนี้จะช่วยเพิ่มความรู้สึกแน่นในการสูบให้คุณได้อีกครับ

 

Verdict

พอดที่อาจจะดีที่สุดของปีนี้” ถึงจะยังเหลือเวลาอีกหลายเดือน แต่ขอสารภาพครับว่า ผมยังนึกไม่ออกเลยว่าค่ายอื่นจะสู้ยังไง เพราะทุกอย่างที่คุณคิดถึง (หรือไม่เคยคิดถึง แต่ถ้ามีต้องชอบแน่ๆ) บรรจุอยู่ในพอดตัวนี้อย่างสมบูรณ์หมดแล้ว หากจะมีทางชนะในสายตาผม ก็คงต้องเป็นทางVoopooนี่แหละ ที่จะทำรุ่นถ่านสองก้อนของ X Pro ออกมา เพราะมันจะใช้ได้มันส์มือกว่าเยอะ
แต่นั่นแหละครับ มนุษย์ทุกคนต่างมีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น
มีเพียงสิ่งเดียว ที่ผมจะไม่แนะนำให้ซื้อพอดที่อาจจะดีที่สุดของปีนี้ นั่นก็คือคุณอยากได้พอดไซส์มินิที่พกใส่กระเป๋าเสื้อได้ครับ มีแค่เรื่องนี้เพียงเรื่องเดียวจริงๆ ส่วนใครที่ไม่แคร์เรื่องดังกล่าวและกำลังอยากได้เครื่องใหม่ ผมฟันธงเลยว่า “ซื้อเถอะครับ

Drag s proDrag x proReviewVoopooรีวิว