Uwell “Caliburn G” Review

ความรวยห้ามรอเวลา และพี่เขาก็มาช้าไปนิดนึง

INTRO

คงไม่ต้องโฆษณาแล้วว่า เจ้า Caliburn นั้น เด็ดจนสร้างชื่อและเงินตราให้แก่ค่าย Uwell มากแค่ไหน ทั้งเรื่องรสชาติและความอร่อยที่แม้จะผ่านมาเป็นปีก็ยังโดดเด่น แถมยังปรับปรุงคอยล์ให้ผู้ใช้ได้เล่นอย่างมีความสุขอีกต่างหาก แต่นั่นแหละครับ เรากำลังพูดถึงรุ่นเก่ากันอยู่

สำหรับรุ่นใหม่อย่าง Caliburn G ผมคงต้องขอกล่าวถึงด้วยท่าทีที่ต่างออกไป คือไม่ใช่ไม่ดี แต่ที่เป็นประเด็นคือเรื่องของเวลา ผมมั่นใจว่าทางค่ายต้องรวยน้อยลงแน่นอน จากการตัดสินใจเริ่มปล่อยรุ่นใหม่ช้าไปนิดนึง เอาเป็นว่าเชิญตามอ่านกันได้ในรีวิวนี้ครับ

แต่สำหรับใครที่อยากได้ข้อสรุปแบบรวดเร็วกว่า ผมก็ประหยัดเวลาให้ท่านตรงนี้แล้ว

PROS

- คอยล์อร่อยมาก ไม่ว่าจะเทียบกับรุ่นไหน

- วัสดุใหม่ดีสุดยอด ลบภาพดีไวซ์ราคาถูกที่เคยติไปได้

- ออกแบบมาคราวนี้ ดูดีขึ้นจริงๆนะ ขอย้ำ

- เซนเซอร์สูบอัตโนมัติยังดีอยู่ รูลมก็ดีอยู่ กดสูบตอบสนองดีอยู่

- พกง่าย งานประกอบดี

CONS

- เมื่อคอยล์เปลี่ยนมาเป็นแบบตาข่าย (Mesh) นอกจากเอกลักษณ์ฟีลเดิมจะหาย

  ยังไม่ถึงขั้นตบชนะค่ายอื่นได้แบบตัวก่อนหน้า

- ระบบเติมน้ำยาแบบดึงปากสูบนั้น ดึงยากและไม่เหมาะกับช่วงโควิด

- ไม่มีระบบดันไฟ แบตใกล้หมดเมื่อไหร่อ่อนแรงลงชัดเจน

- ช่องส่องน้ำยามีก็ดีกว่า แต่ก็มองเห็นปริมาณไม่สะดวกมากเท่าไหร่

- ระบบปรับรูลมใช้ไม่ได้จริง

Inside the Box

- 1 x ตัวเครื่อง Caliburn G (แบต 690mAh)

- 1 x ตัวพอด Caliburn G ความจุ 2ml

- 2 x Caliburn G Coil 0.8Ω

- สาย USB cable

- คู่มือการใช้งาน

Design

ความสวยงามและวัสดุ :

มารอบนี้การออกแบบต้องยอมรับว่าดูดีขึ้นมากจริงๆ โลหะที่ใช้ทำนั้นมีการแกะร่องเพื่อเพิ่มลูกเล่นทางสายตา ดีไซน์ออกมาดูคลาสสิคตามที่ค่ายประกาศไว้ ขยับจากพอดที่ดูเรียบๆทั่วไปในรุ่นก่อน มาเป็นดีไวซ์ที่เตะสายตาแบบเต็มตัว โทนสีเองก็ออกมาทางเรโทรอยู่แล้ว เรียกได้ว่าวางประดับกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงก็ไม่น่าเกลียดเลยนะ เข้าชุดสุดๆ

นี่ถือเป็นเรื่องหนึ่งเลย ที่ผมยกให้ว่าดีกว่าตัวเดิม

ขนาดและสัมผัส :

เรื่องขนาดนั้นเรียกได้ว่าเล็กดี เบาสะใจดี และพกง่ายดี เป็นขนาดที่ส่วนตัวเรียกว่า ดีดี๊ดี ไม่มีอะไรให้ติและไม่มีอะไรให้ชม

ส่วนสัมผัสนี่มีชอบใจกันแน่ ตัวโลหะเย็นนิ้วมือดีมาก กำเล่นๆให้มือเย็นยังเพลิน ถือสูบก็ง่ายเช่นเดิมนั่นแหละ แค่คราวนี้วัสดุเขามาแบบฟีลกู๊ดกว่าเดิมมาก

หน้าจอและที่ใส่ถ่าน :

ไม่มีหน้าจอให้ชมเชย มีแค่ไฟหนึ่งดวงไว้บอกสถานะ ซึ่งมันจะบอกแค่สามช่วง คือตอนแบตเหลือเยอะ เหลือกลางๆ กับเหลือนิดเดียว

สำหรับที่ชาร์จนั้นอยู่ที่ตูด เสียบปุ๊บชาร์จปั๊บ และเปลี่ยนเป็นพอร์ท Type C เรียบร้อยแล้ว

ตัวเครื่องมีมาให้เลือก6 สี ดูดีแบบคลาสสิคยุคดิสโก้

ตัวพอดและปากสูบ : ปากสูบทรงแบน สูบง่าย อันนี้ไม่มีอะไรให้กล่าวถึงมากนัก ที่จะกล่าวถึงแบบติติง ซึ่งนอกจากผมแล้ว น้องคนอื่นๆที่ใช้ก็บ่นเหมือนกัน นั่นก็คือช่องเติมน้ำยา เพราะยังคงเอกลักษณ์เดิม คือต้องดึงปากสูบออกมาก่อนจึงจะเติมได้ แล้วปากสูบเองนี่นะบางทีก็ดึงยากจนผมกัดฟันกรอดๆ น่าจะทำจุกเติมน้ำยาให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยมากกว่า ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่านี่คือช่วงโควิดครับ บางเรื่องไม่ต้องคงเอกลักษณ์ก็ได้ ผมมียายจ๋าให้ต้องดูแลนะ

ย้ำอีกครั้งว่า รุ่นนี้ไม่มีรูเติมน้ำยานะจ๊ะ ต้องดึงที่ส่วนหัวปากสูบให้แยกจากพอด รูเติมน้ำยาอยู่ใต้นั้นแหละ

ส่วนที่ส่องปริมาณน้ำยานั้น หากแสงสว่างพอก็มองง่าย แต่ถ้ามืดหน่อยดูยากเหมือนกัน ยิ่งใครสตีฟน้ำยาเข้มคงต้องดึงหัวพอดออกมาเพื่อดู ถึงจะเห็นชัด

แต่คอยล์คราวนี้เป็นแบบถอดเปลี่ยนแล้วนะ เดาว่าคงเตรียมรับกับคอยล์รุ่นใหม่ๆที่จะครีเอทมาขาย

Functions

- กดปุ่ม5ครั้ง เพื่อเปิดหรือปิดเครื่อง

- สูบได้ทั้งแบบอัตโนมัติ คืออมแล้วดูด กับกดปุ่มเวลาสูบ

- แบตเตอรีนั้นบอกสถานะดังนี้ ไฟสีเขียว คือแบตมากกว่า60%ขึ้นไป / ไฟสีฟ้า คือแบตอยู่ช่วง30-60% / ไฟสีแดง คือแบตอยู่ต่ำกว่า30%

Performance

ความรวยห้ามรอเวลา หากคุณคิดจะทำเงินในตลาดไหน แน่นอนครับว่าเปิดก่อนย่อมได้เปรียบ แต่ทางค่าย Uwell เหมือนจะไม่ได้คิดแบบนี้ เพราะกว่าพี่เขาจะคลอด Caliburn G ออกมา คู่แข่งในตลาดก็ทำดีไวซ์ที่ให้ฟีลเดียวกับพี่เขาเต็มบ้านเมืองไปแล้ว

หลัง Caliburn ตัวแรกดัง หลังออกรุ่น Koko ผมเชื่อว่าถ้าทางค่ายรีบเข็นเจ้า G ออกมาเร็วกว่านี้ ในตลาดจะยังรักษาอาการHypeไว้ได้อยู่ คือจะยกให้พี่เขาเป็นต้นแบบแห่งการว้าวเหมือนที่เคยเป็นมานั่นแหละ ไม่ใช่ต้องพิสูจน์ศักยภาพใหม่แบบปัจจุบัน

พี่เขามาช้าไปนิดนึงถ้าผมขอให้คุณนึกถึงพอดไซส์เล็กที่มีลวดMesh ใครที่ตามวงการบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ น่าจะมีชื่อดีไวซ์เด้งขึ้นบนหัวหลายตัวเลยทีเดียว นั่นแหละครับ รุ่นGมันมาช้าจนไม่เหลืออะไรในตัวให้ว้าวแล้วจริงๆ คู่แข่งค่ายอื่นนั้นทำมาตรฐานดังกล่าวไว้สูงมากแล้ว แถมบางรุ่นยังมีรูเติมน้ำยาที่ง่ายกว่าดีกว่า / เพิ่มความจุแบต / เพิ่มออปชันคอยล์ให้หลากหลาย / มีหน้าจอ / มองเห็นปริมาณน้ำยาชัดเจน

แต่บางที อาจเป็นไปได้ว่าทางค่าย เชื่อจริงๆว่าลูกค้าต้องการแค่สิ่งที่พวกเขายื่นให้อยู่ จึงยังทำดีไวซ์ในรูปแบบคล้ายเดิม

แต่อย่างที่บอกครับ ช้าไปนิดเดียว ถึงฟีลสูบนั้นจะมีค่ายอื่นวางขายก่อนหน้า ถึงฟังก์ชันจะไม่ได้หลากหลาย แต่ก็ต้องยอมรับแหละครับว่าเรื่องรสชาติค่ายนี้เอาอยู่จริงๆ คือมันยิงไฟดี กลิ่นชัด และหวานฉ่ำเช่นเดิม คือทุกคนต้องยกให้พี่เขาติดตัวต้นๆด้านฟีลสูบแน่นอน จะเป็นมิติรสชาติ การใช้งาน ระบบเซนเซอร์อะไรก็แล้วแต่ แถมยังมีฐานแฟนคลับอีก แบบนี้ไงคงขายดีตามเดิมครับ

และถึงจะพลาดกระแส Hype แต่ในเมื่อมีฝีมือพร้อมสร้างชื่อติดหูไปแล้ว โอกาสขายได้ก็ยังมากมายอยู่เช่นเดิมนั่นแหละ แค่อาจไม่เปรี้ยงแบบรุ่นก่อนหน้า

อีกจุดที่ต้องกล่าวถึงคือความพยายามครับ ตัวGนี่พยายามเกาะกระแสตลาดแล้วระดับนึง ไม่ว่าจะเป็นการสลับด้านพอดเพื่อปรับรูลม ถึงผลมันจะไม่ชัดเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยก็ยังถือว่าปรับได้ แม้แต่ช่องส่องน้ำยาเอง ในที่สุดทางค่ายก็เข้าใจแล้วว่าจำเป็นต้องมี

แล้วแบบนี้จะซื้ออะไรดี ระหว่างค่ายนี้ กับค่ายอื่น ผมขอตอบประเด็นนี้ด้วยการยกเคสมานะครับ

เคสแรก คือผู้ที่ไม่ยึดติดยี่ห้อหรือชื่อเสียงเดิม อาจจะมองรุ่นอื่นในตลาดแทนได้ครับ ฟีลสูบไม่ต่างกับตัวนี้ถึงขั้นครองตลาดแบบ Caliburn รุ่นแรกแล้ว เอาตรงๆอาจมีรุ่นที่อร่อยถูกใจคุณมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะรุ่นGเองให้ฟีลการสูบที่ต่างจากก่อนหน้าไปเล็กน้อยด้วย คือโล่งขึ้นนิดหน่อยนั่นแหละ

เคสสอง ผู้ที่มั่นใจแบรนด์ ยังสามารถซื้อตัวนี้ได้ครับ เพราะการเปลี่ยนคอยล์ได้แบบนี้ ทางค่ายอาจมีทีเด็ดซ่อนอยู่ในอนาคต หรือต่อให้ไม่มี รสชาติของเจ้าGนี่ก็อยู่ในขั้นสุดแล้วเช่นกัน คือคุณไม่ผิดหวังกับความอร่อยหรือฟีลการสูบหรอก อย่างน้อยหากเคยอุดหนุนกันมา ก็ยังมั่นใจได้ว่าค่ายเดิมจะรู้จักแฟนคลับ มากกว่าค่ายใหม่ถูกไหมล่ะ

ลองดูนะครับ ว่าคุณอยู่เคสไหน

มาดูรีวิวคอยล์กันครับ

Caliburn G Coil 0.8Ω

ส่วนตัวผมชอบคอยล์รุ่นปัจจุบันกว่านะครับ เพราะมันไม่อั้นเท่ารุ่นแรก แถมลวดแบบตาข่ายเองก็สร้างความฉ่ำได้มากกว่าด้วย จึงขอเกริ่นก่อนว่า สำหรับสายอั้น คุณอาจไม่เห็นด้วยกับรีวิวต่อไปนี้ทั้งหมด

นี่คือคอยล์ที่ให้ฟีลสูบกำลังดีครับ คือมาทางแน่นมากกว่าโล่งนั่นแหละ แต่ไม่ถึงขั้นตึบอะไรมาก ผมเชื่อว่าใครที่ชอบความโปร่งก็สูบได้ไม่มีบ่น และสำหรับสายลากอย่างผม สูบสนุกขึ้นด้วย

ปริมาณควันที่เจ้านี่ผลิตมานั้น ถือว่าเยอะเกินตัวอยู่ครับ คือมันมองเห็นชัดและไม่รู้สึกว่าน้อยหรือมีพอเป็นพิธี แบบพอดไซส์เดียวกันทั่วไป เห็นแล้วสบายตาและรู้สึกว่าสูบได้ปริมาณแน่นอน

ส่วนด้านรสชาตินั้น หวานฉ่ำอร่อยมาก คือมากจริงๆครับ ผมสูบแบบไม่วางเลยทีเดียว แถมการใช้งานวันแรกนั้น ยิ่งสูบยิ่งอร่อยด้วยนะ เพราะลวดกับสำลีมันเริ่มเข้าทางแล้ว หากคุณสูบกับน้ำยารสหวานๆนี่ เหมือนดื่มน้ำผลไม้เลยจริงๆครับ แต่นั่นแหละอย่างที่เกริ่นไป มีบางเจ้าที่ผมชมผ่านรีวิวก็ให้ฟีลนี้ได้แล้วเช่นกัน สรุปคือดีงามมากเหมือนเดิมครับ ขาดแค่ความว้าวที่รุ่นแรกเคยทำสำเร็จ

Verdict

ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งเริ่มรวย ในตลาดที่คนเก่งมีจำนวนไม่น้อย ต่อให้คุณมีฝีมือหรือสร้างชื่อแค่ไหน ถ้าออกตัวช้าไปก็ย่อมรวยช้ากว่า และนี่คือเคสของ Caliburn G ในสายตาผมครับ

อย่างที่รีวิวไปแล้วว่า มีตัวอื่นที่ทำหน้าที่เดียวกันได้ แถมอาจมีลูกเล่นบางอย่างที่ดีกว่า คนที่ซื้อพอดเหล่านั้นไปแล้วก็ไม่มีความจำเป็นต้องซื้อเจ้านี่ถูกไหม แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายถึงรุ่นG จะไม่มีโอกาสขายดีอย่างที่เคยเป็นมานะครับ เพราะด้วยเส้นสายจากฐานแฟนคลับ ด้วยรสชาติและคุณภาพ ผมว่ายังไงก็ตามเก็บเงินจากผู้ซื้อได้อยู่ แต่นั่นแหละครับ เสียดายแทนทางค่ายนิดหน่อยว่า ถ้ามาเร็วกว่านี้ พี่สบายไปแล้ว

เพราะตอนนี้หลายเจ้าเขาตัดหน้าด้วยคุณภาพการสูบเดียวกันไปแล้ว และปีนี้นักรีวิวอาจไม่ได้ยึด Caliburn G เป็นบรรทัดฐานในการตัดสินรสชาติ แบบที่ทั้งปีนี้เป็นมาครับ

CaliburnGPodUwellบุหรี่ไฟฟ้าพอดรีวิว