Uwell Caliburn A2 & AK2 Review

Uwell Caliburn A2 & AK2 Review

: “ถ้าจะซื้อคาลิเบิร์น ต้องสองรุ่นนี้เท่านั้น

INTRO

ทุกรีวิวของผมนั้น จะติตระกูล Caliburnอยู่เรื่องเดียวเสมอมา นั่นก็คือการเปิดช่องเติมน้ำยาที่ปากสูบ ซึ่งทั้งยุ่งยากและพังง่ายเหลือเกิน ผมติจนสงสัยตัวเองเลยว่า หรือเราโง่เองหว่าเพราะไม่เห็นนักรีวิวคนอื่นจะบ่นย้ำๆแบบนี้ แต่ในที่สุดวันนี้ผมก็ได้รู้คำตอบแล้วครับ ทุกคนก็เจอปัญหาเดียวกับผมแค่เลือกจะไม่บ่นย้ำๆแค่นั้นเอง เพราะทันทีที่ทางค่ายปรับปรุงชิ้นส่วนดังกล่าว เหล่านักรีวิวก็แห่ชมเรื่องนี้กันกระจาย
(นายจ้างผมแฟร์กับลูกค้าขนาดไหนคิดดูนะครับ ไม่ได้อวย)

ผมก็ไม่ต่างจากคนอื่นครับ เพราะสำหรับผมแล้ว แค่จุดเปลี่ยนเล็กๆจุดเดียวนี้ ผมยกให้ A2 & AK2 เป็นรุ่นเดียวที่แนะนำให้สาวกพอดพกพาควรซื้อทันที

นอกจากจุดดีเด่นที่กล่าวไป เดี๋ยวผมจะรีวิวทุกจุดของเครื่องให้อ่านกันต่อ แต่สำหรับใครที่เวลาไม่พอ ก็ขอเชิญท่านอ่านบทสรุปที่ย่อมาเป็นจุดเล็กๆใต้นี้แทนได้เลย

PROS

- คอยล์อร่อยมากๆๆ เป็นจุดเด่นที่ทางค่ายนี้ทำดีกว่าหลายค่ายเสมอ

- วัสดุดูมีราคาขึ้นมาอีกระดับ งานออกแบบดูทันสมัยและมีลูกเล่นมากขึ้น

- เซนเซอร์สูบอัตโนมัติยังดีอยู่ รูลมก็ดีอยู่ กดสูบตอบสนองดีอยู่

- พกง่าย งานประกอบดี

- ประหยัดน้ำยามาก แถมคอยล์อึดจริง

- ช่องส่องน้ำยาเบ้อเริ่ม เห็นชัดสักที

- ที่เติมน้ำยาใช้งานง่ายสักที!!!!

CONS

- ไม่แถมสายชาร์จเว้ย !!!!!!

- ระบบเติมน้ำยาแบบดึงปากสูบนั้น ไม่เหมาะกับช่วงโควิด

- ไม่มีระบบดันไฟ แบตใกล้หมดเมื่อไหร่อ่อนแรงลงชัดเจน

- ช่องส่องน้ำยามีก็ดีกว่า แต่ก็มองเห็นปริมาณไม่สะดวกมากเท่าไหร่

- ระบบปรับรูลมใช้ไม่ได้จริง

* จุดแตกต่างเดียวของทั้งสองรุ่น คือรูปทรงกับแถมสายคล้องคอให้AK2เท่านั้นเลย

Inside the Box : A2

- 1 x ตัวเครื่อง Caliburn A2 (แบต  520 mAh)

- 2 x UN2 Meshed-H 0.9Ω Caliburn A2

- คู่มือการใช้งาน

Inside the Box : Ak2

- 1 x ตัวเครื่อง Caliburn Ak2 (แบต  520 mAh)

- 2 x UN2 Meshed-H 0.9Ω Caliburn A2

- สายคล้องคอ

- คู่มือการใช้งาน

Design

ความสวยงามและวัสดุ :

หากคุณชอบโทนเรโทรเข้าได้กับทุกวัย A2 คือดีไซน์ที่เหมาะกับคุณ อารมณ์ของการเล่นเฉดสี Two-Tone บนผิวเครื่องที่มันวาวนั้น ทำให้มันดูดีและไม่เรียบจนเกินไป

หากคุณชอบความสดใส เน้นเตะตาชาวบ้าน Ak2 คือดีไซน์ที่เหมาะกับคุณ เพราะนอกจากสีจะสดมากกว่าแล้ว ยังมีลวดลายของเส้นขีด ที่ทำให้เครื่องไม่ดูเรียบเกินไปอีกด้วย

วัสดุของทั้งคู่ เน้นไปที่อลูมิเนียมครับ วาววับกันไปเลย

ขนาดและสัมผัส :

เรื่องขนาดนั้นเน้นเบาสะใจ และพกพาง่าย ก็ตามแบบฉบับของยี่ห้อนี้ ที่เอาใส่กระเป๋าเสื้อยังสบายๆ ไม่หนักไม่รั้ง ไม่ทำให้หัวนมตั้งเพราะเสื้อถูกดึง (ใครเป็นหนุ่มอ้วนนมย้อยเช่นผม คงเข้าใจปัญหานี้)

ส่วนสัมผัสนี่เป็นลักษณะเรียบผิว ไม่ฝืดนิ้ว จับยังไงก็รู้สึกสบาย ความเล็กของมันทำให้กำกระชับมาก

หน้าจอและที่ใส่ถ่าน :

ไม่มีหน้าจอให้ชมเชย มีแค่ไฟหนึ่งดวงไว้บอกสถานะ ซึ่งมันจะบอกแค่สามช่วง คือตอนแบตเหลือเยอะ เหลือกลางๆ กับเหลือนิดเดียว

สำหรับที่ชาร์จนั้นเป็นพอร์ท Type C

ตัวเครื่องA2มีมาให้เลือก6 สี ยังเป็นมินิมอลเรโทรเช่นเดิม

ส่วนAK2 มีมาให้เลือก3 สี ดูเป็นวัยรุ่นมีลายมากกว่ารุ่นพี่

 

ตัวพอดและปากสูบ : ปากสูบทรงหางเป็ด คือแบน สูบง่าย อันนี้ไม่มีอะไรให้กล่าวถึงมากนัก ที่จะกล่าวถึงแบบพิเศษหน่อย คงเป็นการดึงหัวออกเพื่อเติมน้ำยา ที่รอบนี้ปรับมาให้ดึงง่ายขึ้น แข็งแรงขึ้น

ส่วนที่ส่องปริมาณน้ำยานั้น กว้างใหญ่ไพศาลมองเห็นง่ายแล้ว ไม่รู้จะชมที่ปรับมา หรือด่าที่เพิ่งทำดี

ส่วนคอยล์นั้นเป็นแบบสำเร็จรูป เชื่อมติดมากับแทงค์ เปลี่ยนที่แค่โยนเก่าทิ้ง เสียบใหม่เข้า

 

Functions

- A2สูบได้ทั้งแบบอัตโนมัติ คืออมแล้วดูด กับกดปุ่มเวลาสูบ

- แบตเตอรีนั้นบอกสถานะดังนี้ ไฟสีเขียว คือแบตมากกว่า60%ขึ้นไป / ไฟสีฟ้า คือแบตอยู่ช่วง30-60% / ไฟสีแดง คือแบตอยู่ต่ำกว่า30%

Performance

ลืมรุ่นก่อนหน้าไปได้เลย นี่คือการจั่วหัวที่กล่าวได้เต็มปากครับ เพราะนอกจากรสชาติและฟีลจะทำออกมาดีไม่แพ้รุ่นก่อนหน้าแล้ว แกยังพัฒนาสองจุดที่คนบ่นกันบ่อยๆอีก นั่นก็คือ

วิธีเติมน้ำยา ที่ต้องหักหัวปากสูบเพื่อเปิดในรุ่นก่อน ซึ่งเมื่อใช้ไปนานๆ สลักยึดมันจะหักต้องซื้อหัวเปลี่ยนใหม่ คราวนี้ทางค่ายจึงออกแบบตัวสลักมาใหม่เลย คราวนี้นอกจากจะดึงง่ายขึ้นแล้ว ยังทนทานขึ้นอีก ลดความหงุดหงิดจากรุ่นที่แล้วซึ่งผมต้องทำวันละเป็นสิบรอบเพื่อเติมน้ำยา

ช่องดูปริมาณน้ำยา ปกติจะทำมาเล็กๆเหมือนกลัวผู้ใช้รู้สึกสะดวก คราวนี้พี่เขาทำมาช่องเบ้อเริ่ม เห็นง่ายมาก ไม่ต้องกลัวเรื่องทำคอยล์ไหม้เพราะสูบเพลินจนลืมเติมอีกต่อไป

เดี๋ยวนะ ไอ้เรื่องพวกนี้นับเป็นข้อดีหรอวะนี่คือภาวะแบบไม่รู้จะชมที่ปรับปรุง หรือจะด่าที่เพิ่งทำครับ เพราะสองสิ่งดังกล่าวค่ายอื่นๆทำให้ผู้ใช้มาเป็นชาติแล้ว แถมให้ตายเถอะ วิธีเติมน้ำยาที่มันจะสะดวกและสะอาดกว่าการดึงหัวปากสูบมีหลากหลายวิธี แต่ค่ายนี้ก็ยังคงดื้อทำแบบเดิม แค่รอบนี้มันใช้ง่ายและทนขึ้นแค่นั้น

งี้ก็ไปซื้อของค่ายอื่นดีกว่าป่าววว ไม่ครับ ลองคิดดูนะ ขนาดมีปัญหางี่เง่าดังที่กล่าวไปติดมาตั้งนาน Caliburnยังขึ้นแท่นขายดีท็อป5ทุกๆปีเลย แสดงว่าต้องมีข้อดีอื่นที่ใครก็สู้ยากครับ

สิ่งที่พี่เขาเด่นมากคือเรื่องฟีลสูบกับรสชาตินั่นเอง

ฟีลสูบที่มาแบบค่อนแน่นแบบนี้นั้น ทำให้ได้อารมณ์เหมือนสูบบุหรี่เป็นอย่างมาก แถมยังไม่ต้องออกแรงลากเยอะเพื่อเอารสชาติอีก ค่ายนี้จูนรูลมกับคอยล์มาดีมากครับ (ถึงการโม้ว่า แค่สลับด้านหัวพอดเสียบเข้าเครื่อง ก็เปลี่ยนฟีลสูบได้ จะไม่สร้างความรู้สึกต่างอะไร) ทั้งผู้ที่เพิ่งย้ายฝั่งมาจากบุหรี่มวน ทั้งผู้ที่เป็นสายโล่งเช่นผม ต่างก็ยอมรับฟีลสูบค่อนแน่นของเจ้านี่ ว่าทำได้ดีมาก

ส่วนรสชาตินั้นก็ยอดเยี่ยม คือนอกจากอายุการใช้งานแล้ว คอยล์พี่แกจูนรสชาติมาดีจริงๆครับ รับรองว่าทั้งถึงรสถึงควัน ทั้งอิ่มปอด ที่สำคัญประหยัดน้ำยามาก

สรุปน่าซื้อไหมเนี่ย ถ้าเอาไซส์มินิเน้นพกพานะ ค่ายนี้ก็ยังยืนหนึ่งอยู่ดีครับ คือรสชาติอาจไม่ได้แซงของค่ายอื่นไปไกลมาก แต่คอยล์มันไม่เคยหมดจากตลาดเลย หาซื้อง่ายและวางขายตลอด สารภาพว่าถึงจะบ่นยับแต่ผมก็ซื้อไว้ เพราะเวลาผมต้องการดีไวซ์ที่พกสะดวก ถึงจะมีของค่ายอื่นที่ชอบใจกว่า แต่เมื่อเวลาผ่านมาสักปี ก็มีตระกูลCaliburnนี่แหละ ที่คอยล์ยังเหลือให้ซื้อแบบไม่ต้องขวนขวาย

แต่ถ้าคุณเปลี่ยนเครื่องบ่อยนะ ลองดูไซส์มินิค่ายอื่นก็ได้ครับ พูดตรงๆ

 

มาดูรีวิวคอยล์กันครับ

UN2 Meshed-H 0.9Ω

ค่าโอห์มเลขนี้มันดูยั่วยวนมากสำหรับผม เพราะถ้าแต่1.0เมื่อไหร่ มันจะรู้สึกแน่นทันที แต่ถ้าอยากค่อนโล่งเขาก็มักจะนิยมค่า0.8กัน แล้วไอ้0.9โอห์มนี่มันอะไร เดี๋ยวผมจะเหลาให้ฟังครับ

เรื่องฟีลสูบนั้นขอตอบสั้นๆว่า มันไม่ต่างจาก0.8เลยครับ คือค่อนแน่นเหมือนเดิม และยังเหลือความโล่งพอให้สายDLอย่างผมด้วย เป็นฟีลที่สูบเพลินสูบมันส์จริงๆ

ปริมาณควันที่เจ้านี่ผลิตมานั้น ถือว่าเยอะเกินตัวอยู่ครับ คือมันมองเห็นชัดและไม่รู้สึกว่าน้อยหรือมีพอเป็นพิธี แบบพอดไซส์เดียวกันทั่วไป เห็นแล้วสบายตาและรู้สึกว่าสูบได้ปริมาณแน่นอน

ส่วนด้านรสชาตินั้น ยังต้องคารวะเหมือนเดิม คือหวานฉ่ำปาก แถมคลีนแบบชนิดระเหยน้ำยามาเป็นไอละเอียด กลิ่นผ่านหัวพอดมาแบบนุ่มๆเลย ก่อนจะกระจายทั่วลิ้น ที่จริงถ้าทำคอยล์ดึงรสดึงนิคไม่เก่งแบบนี้นะ ลูกค้าคงไม่ติดค่ายนี้ครับพูดตรงๆ ดังนั้นหากใครอยากประหยัดน้ำยาแต่ก็อยากได้รสชาติเต็มๆด้วย ตระกูลCaliburn ยังคงเป็นคำตอบเบอร์หนึ่งสำหรับท่านเช่นเดิมครับ

 

Verdict

รู้อนาคต เชื่อผมไหมครับว่า ดูจากแนวทางการพัฒนาโปรดักท์ของค่ายนี้แล้ว ปีหน้าสิ่งที่ Caliburn จะทำ คือหัวพอดที่ใช้งานง่ายกว่าเดิม คือเปิดปิดและเติมน้ำยาสะดวกขึ้นนั่นแหละ อันนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่น่าเจ็บใจนะครับ เพราะค่ายที่รู้ว่าคอยล์ตัวเองคือไม้ตายที่ยอดเยี่ยม เลยไม่ทำอะไรมากนอกจากค่อยๆมาพัฒนาตรงจุดนี้ น่าตีจริงๆเชียว

แต่นั่นแหละครับ ถึงพี่เขาจะพัฒนาจุดที่เด่นจริงๆมาแค่เรื่องดังกล่าว แต่ด้วยคุณภาพในการสูบ ผมก็ต้องขอแนะนำด้วยความจริงใจให้แก่ท่านผู้ที่กำลังมองหาพอดไซส์พกพาทั้งหลายว่า “ถ้าจะซื้อคาลิเบิร์น ต้องสองรุ่นนี้เท่านั้น

A2Ak2CaliburnUwell